การเป็นแพทย์ไม่ใช่เพียงแค่การมีอาชีพมั่นคง รายได้ดี หรือได้รับการยอมรับจากสังคมเท่านั้น
แต่คือการทำงานที่มี “ชีวิตคน” เป็นเดิมพัน ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล และอุทิศเวลาส่วนตัวเพื่อดูแลผู้อื่น
ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินบนเส้นทางสายนี้ ควรประเมินตนเองให้รอบคอบว่ามีความพร้อมจริงหรือไม่
เพราะเมื่อก้าวเข้ามาแล้ว การเป็นหมอคือภารกิจตลอดชีวิต
- ต้องเรียนดี ขยัน และอดทน
คณะแพทยศาสตร์เป็นหนึ่งในสาขาที่มีเนื้อหาหนักและซับซ้อน ผู้เรียนต้องมีความจำที่แม่นยำ ความเข้าใจลึกซึ้ง และทักษะภาษาอังกฤษที่ดี เพราะตำราส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้ต้องมีวินัยในการอ่านหนังสือมากกว่าปกติ เนื่องจากเนื้อหาเยอะและใช้เพื่อดูแลชีวิตคน หากพื้นฐานการเรียนยังไม่แข็งแรง อาจพิจารณาทางเลือกใกล้เคียง เช่น พยาบาล เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด หรือสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่น ๆ
- ต้องมีผู้ค้ำประกัน (กรณีขอทุน)
ค่าใช้จ่ายในการเรียนแพทย์ค่อนข้างสูง หากใช้ทุนของรัฐเรียน จะต้องมีผู้ค้ำประกันที่มีหลักทรัพย์ เพื่อรับผิดชอบหากไม่สามารถชดใช้ทุนได้ตามสัญญา
เมื่อเรียนจบและใช้ทุนครบตามเงื่อนไข จึงจะพ้นภาระหนี้สิน แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตาม จะมีผลทางกฎหมายต่อทั้งตัวผู้เรียนและผู้ค้ำประกัน
- สุขภาพกายและใจต้องแข็งแรง
แพทย์ต้องทำงานในเวลาที่ไม่แน่นอน อาจต้องดูแลผู้ป่วยในช่วงกลางดึกหรือระหว่างพัก ดังนั้นผู้เรียนควรมีร่างกายแข็งแรงพอที่จะทำงานต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการเผชิญกับสถานการณ์เครียดบ่อย ๆ ต้องอาศัยจิตใจที่เข้มแข็งและมุ่งมั่น
- ใช้พลังใจสูง
การเป็นแพทย์ไม่ใช่เพียงแค่ “เรียนเก่ง” แต่ต้องมีจิตใจที่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มีความโอบอ้อมอารี และพร้อมรับฟังผู้ป่วย
หากเรียนเพราะถูกบังคับหรือไม่มีใจรัก อาจเกิดความเครียดจนเรียนไม่จบ
- ต้องผ่านการเรียนกับ “อาจารย์ใหญ่”
นักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องเรียนกายวิภาคศาสตร์จากร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้เสียสละร่างกายเพื่อการศึกษา
นี่เป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญที่ต้องใช้ทั้งความตั้งใจและความเคารพอย่างสูง
- เสี่ยงต่อโรคจากการทำงาน
การทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยทำให้แพทย์มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและโรคต่าง ๆ
แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธการรักษาได้ เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง
- ต้องตัดสินใจแน่วแน่
เด็กหลายคนที่มาเรียนแพทย์เก่งและครอบครัวมีฐานะดี แต่ไม่อยากเรียนจริง ๆ ทำให้เกิดความเครียด
ก่อนสมัคร ควรถามตัวเองให้ชัดว่าอยากทำอาชีพนี้ไปตลอดชีวิตหรือไม่ เพราะแพทย์ต้องทำงานกับผู้คนทุกวัน
- ผ่านการสัมภาษณ์และทดสอบจิตวิทยา
หลังสอบข้อเขียน ต้องผ่านการสัมภาษณ์ ตรวจร่างกาย และทำแบบทดสอบจิตวิทยา เพื่อประเมินความเหมาะสมทางบุคลิกภาพและสุขภาพ
รวมถึงการตรวจสายตา เอกซเรย์ปอด และตรวจหาโรคติดต่อร้ายแรง
- จรรยาบรรณแพทย์
แพทย์ต้องยึดถือจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า
“ขอให้ถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง แล้วประโยชน์และความสุขส่วนตนจะตกตามมาเอง”
นี่คือหัวใจของวิชาชีพแพทย์ที่แท้จริง