9 เรื่องควรรู้ ก่อนตัดสินใจเรียนแพทย์

การเป็นแพทย์ไม่ใช่เพียงแค่การมีอาชีพมั่นคง รายได้ดี หรือได้รับการยอมรับจากสังคมเท่านั้น
แต่คือการทำงานที่มี “ชีวิตคน” เป็นเดิมพัน ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล และอุทิศเวลาส่วนตัวเพื่อดูแลผู้อื่น
ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินบนเส้นทางสายนี้ ควรประเมินตนเองให้รอบคอบว่ามีความพร้อมจริงหรือไม่
เพราะเมื่อก้าวเข้ามาแล้ว การเป็นหมอคือภารกิจตลอดชีวิต

  1. ต้องเรียนดี ขยัน และอดทน

คณะแพทยศาสตร์เป็นหนึ่งในสาขาที่มีเนื้อหาหนักและซับซ้อน ผู้เรียนต้องมีความจำที่แม่นยำ ความเข้าใจลึกซึ้ง และทักษะภาษาอังกฤษที่ดี เพราะตำราส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้ต้องมีวินัยในการอ่านหนังสือมากกว่าปกติ เนื่องจากเนื้อหาเยอะและใช้เพื่อดูแลชีวิตคน หากพื้นฐานการเรียนยังไม่แข็งแรง อาจพิจารณาทางเลือกใกล้เคียง เช่น พยาบาล เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด หรือสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่น ๆ

  1. ต้องมีผู้ค้ำประกัน (กรณีขอทุน)

ค่าใช้จ่ายในการเรียนแพทย์ค่อนข้างสูง หากใช้ทุนของรัฐเรียน จะต้องมีผู้ค้ำประกันที่มีหลักทรัพย์ เพื่อรับผิดชอบหากไม่สามารถชดใช้ทุนได้ตามสัญญา
เมื่อเรียนจบและใช้ทุนครบตามเงื่อนไข จึงจะพ้นภาระหนี้สิน แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตาม จะมีผลทางกฎหมายต่อทั้งตัวผู้เรียนและผู้ค้ำประกัน

  1. สุขภาพกายและใจต้องแข็งแรง

แพทย์ต้องทำงานในเวลาที่ไม่แน่นอน อาจต้องดูแลผู้ป่วยในช่วงกลางดึกหรือระหว่างพัก ดังนั้นผู้เรียนควรมีร่างกายแข็งแรงพอที่จะทำงานต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการเผชิญกับสถานการณ์เครียดบ่อย ๆ ต้องอาศัยจิตใจที่เข้มแข็งและมุ่งมั่น

  1. ใช้พลังใจสูง

การเป็นแพทย์ไม่ใช่เพียงแค่ “เรียนเก่ง” แต่ต้องมีจิตใจที่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มีความโอบอ้อมอารี และพร้อมรับฟังผู้ป่วย
หากเรียนเพราะถูกบังคับหรือไม่มีใจรัก อาจเกิดความเครียดจนเรียนไม่จบ

  1. ต้องผ่านการเรียนกับ “อาจารย์ใหญ่”

นักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องเรียนกายวิภาคศาสตร์จากร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้เสียสละร่างกายเพื่อการศึกษา
นี่เป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญที่ต้องใช้ทั้งความตั้งใจและความเคารพอย่างสูง

  1. เสี่ยงต่อโรคจากการทำงาน

การทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยทำให้แพทย์มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและโรคต่าง ๆ
แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธการรักษาได้ เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง

  1. ต้องตัดสินใจแน่วแน่

เด็กหลายคนที่มาเรียนแพทย์เก่งและครอบครัวมีฐานะดี แต่ไม่อยากเรียนจริง ๆ ทำให้เกิดความเครียด
ก่อนสมัคร ควรถามตัวเองให้ชัดว่าอยากทำอาชีพนี้ไปตลอดชีวิตหรือไม่ เพราะแพทย์ต้องทำงานกับผู้คนทุกวัน

  1. ผ่านการสัมภาษณ์และทดสอบจิตวิทยา

หลังสอบข้อเขียน ต้องผ่านการสัมภาษณ์ ตรวจร่างกาย และทำแบบทดสอบจิตวิทยา เพื่อประเมินความเหมาะสมทางบุคลิกภาพและสุขภาพ
รวมถึงการตรวจสายตา เอกซเรย์ปอด และตรวจหาโรคติดต่อร้ายแรง

  1. จรรยาบรรณแพทย์

แพทย์ต้องยึดถือจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า
“ขอให้ถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง แล้วประโยชน์และความสุขส่วนตนจะตกตามมาเอง”
นี่คือหัวใจของวิชาชีพแพทย์ที่แท้จริง

Shopping Cart

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า